เกี่ยวกับโครงการ
โครงการ Thai Water Challenge
ความร่วมมือระหว่าง สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.), สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพคแห่งประเทศไทย (UNGCNT), สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT) และ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)
1. หลักการและเหตุผล
ประเทศไทยเผชิญปัญหาด้านน้ำอย่างต่อเนื่อง ทั้งน้ำท่วม ภัยแล้ง น้ำเสีย ซึ่งมีผลกระทบทำให้เกิดภัยพิบัติที่มีความรุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และความมั่นคงของชุมชน การสร้างการเรียนรู้ ความรู้ ความเข้าใจ และใช้ประโยชน์จากข้อมูลเกี่ยวกับน้ำ เพื่อการเตรียมการและติดตามสถานการณ์ที่เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลทำให้เกิดภัยพิบัติดังกล่าว เช่น ข้อมูลพายุ ปริมาณน้ำฝน น้ำในเขื่อน น้ำในแม่น้ำ ลำคลอง และน้ำบริเวณอ่าวไทยและอันดามัน ซึ่งสถาบันสารสนเทศน้ำ หรือ สสน. ได้จัดทำขึ้น จะเป็นประโยชน์ต่อการเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ได้อย่างถูกต้องและทันต่อเหตุการณ์
การมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนเป็นกลไกที่สำคัญในการพัฒนาความตระหนักรู้ และการเสริมสร้างศักยภาพของสังคมในการรับมือกับภัยพิบัติด้านน้ำอย่างยั่งยืน โดยการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็น “Water Challenge” ประจำภูมิภาค มีกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติผ่านสถานการณ์จริง การเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ การใช้เทคโนโลยีและข้อมูลในพื้นที่ การทดลองแก้ปัญหาในระดับพื้นที่โดยการทำงานเป็นทีม ตลอดจนการมีส่วนร่วมของสถาบันการศึกษา ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างเครือข่ายเยาวชนที่มีศักยภาพในการสื่อสารและขับเคลื่อนการจัดการน้ำในระดับพื้นที่ได้อย่างชาญฉลาดและยั่งยืน
2. วัตถุประสงค์
- เพื่อเผยแพร่และแลกเปลี่ยนความรู้ด้านข้อมูลน้ำของประเทศสู่ภาคการศึกษา
- เพื่อแนะนำเทคโนโลยีและเครื่องมือต่าง ๆ สำหรับประยุกต์ใช้ข้อมูลน้ำด้านการวิเคราะห์วิจัย
- เพื่อให้เยาวชนสามารถติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำได้ด้วยตนเอง รวมถึงสามารถถ่ายทอดความรู้ด้านน้ำได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
- เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของเยาวชนและเครือข่ายเยาวชนในการจัดการทรัพยากรน้ำในระดับชุมชน
3. เป้าหมาย
- นักศึกษาระดับอุดมศึกษา จำนวน 50 – 100 คน ต่อภาค (ภาคเหนือ ใต้ กลาง และอีสาน)
- สถาบันการศึกษาในพื้นที่ภูมิภาคต่าง ๆ
- ครู/อาจารย์ช่วยแนะนำให้คำปรึกษานักศึกษาในสถาบันการศึกษาเป้าหมาย แห่งละอย่างน้อย 1 คน
4. ระยะเวลาดำเนินงาน
ระยะเวลา 6 เดือน (มิถุนายน 2569 ถึง พฤศจิกายน 2569)
5. ขั้นตอนและแผนการดำเนินงาน
- คัดเลือกสถานศึกษาเข้าร่วมโครงการ โดยทำหนังสือเชิญชวนสถาบันการศึกษาเป้าหมายในแต่ละภูมิภาคอย่างน้อยภาคละ 5 สถานศึกษา
- คัดเลือกเยาวชนเข้าร่วมโครงการ โดยประสานงานผ่านสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการในการเชิญชวนเยาวชนสมัครผ่านช่องทางของโครงการ ทีมละ 5 คน
- แนะนำ Application “ThaiWaterChallenge” และคู่มือการใช้งานพร้อมการติดตั้งใช้งานบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ของเยาวชน
- อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับข้อมูลน้ำ การใช้ประโยชน์ และวิเคราะห์ข้อมูลกรณีตัวอย่างในระดับภาค
- เยาวชนติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ และนำเสนอผลการติดตามสถานการณ์ผ่านคลิปวิดีโอ 1-3 นาที ในหัวข้อเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำ ระหว่างและหลังเข้ารับการอบรม โดยใช้ข้อมูลจากเว็บไซต์ www.thaiwater.net และแอปพลิเคชัน “ThaiWater Mobile Application”
- ประกวดชิงรางวัล โดยมีกฎเกณฑ์และกติกาในการเข้าร่วมกิจกรรมตามที่กำหนด
6. ช่องทางการดำเนินกิจกรรม
- เว็บไซต์และแอปพลิเคชัน ThaiWater
- สถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการใน 4 ภูมิภาค
- เครือข่ายสังคมออนไลน์โครงการ และ Zoom
7. ผู้เข้าร่วมโครงการ
7.1 สถาบันการศึกษาเป้าหมายใน 4 ภูมิภาค
ภาคกลาง
- มหาวิทยาลัยสยาม
- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
- มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- มหาวิทยาลัยมหิดล คณะสิ่งแวดล้อม (บึงบอระเพ็ด)
- มหาวิทยาลัยเกริก
ภาคเหนือ
- มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- มหาวิทยาลัยแม่โจ้
- มหาวิทยาลัยพะเยา
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- มหาวิทยาลัยขอนแก่น
- โรงเรียนมีชัยพัฒนา
- มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
- มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์
- มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ภาคใต้
- มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี
- มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย
7.2 เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ
คุณสมบัติของเยาวชน
- เป็นนักศึกษาในสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ
- มีอุปกรณ์เคลื่อนที่ประจำตัวที่สามารถ download Mobile Application “ThaiWaterChallenge” ได้
การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการอบรม
- เตรียมอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile Devices) เพื่อใช้ติดตั้ง “ThaiWater Mobile Application”
8. กำหนดการ
- เดือนที่ 1 (มิ.ย. 2569): การคัดเลือกและลงทะเบียนเยาวชน
- เดือนที่ 2 (ก.ค. 2569): ฝึกอบรมเกี่ยวกับข้อมูลน้ำ และอบรมเสริมทักษะ STEM (เฉพาะผู้สนใจ)
- เดือนที่ 3 – 5: ติดตามสถานการณ์น้ำและจัดทำคลิปวิดีโอ
- เดือนที่ 6: สรุปและประกาศผลกิจกรรม พร้อมแจกรางวัล
9. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
- เยาวชนได้รับความรู้ด้านข้อมูลน้ำของประเทศ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้
- เกิดเครือข่ายเยาวชนด้านการจัดการทรัพยากรน้ำในระดับชุมชนและภูมิภาค
- เยาวชนมีความรู้เกี่ยวกับและการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลแหล่งน้ำ สามารถถ่ายทอดต่อไปยังครอบครัว สถาบันการศึกษา และชุมชน ส่งผลให้สังคมอยู่กับน้ำได้ในระยะยาว
- สถาบันการศึกษาสามารถหนุนเสริมเป้าหมายการพัฒนาด้านความยั่งยืน (SDG) ของสถาบันผ่านกิจกรรม Thai Water Challenge



